อิตาลีคว้าแชมป์ ฟุตบอลยูโร 2020 ในสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ

อิตาลีคว้าแชมป์ ฟุตบอลยูโร 2020 ในสมัยที่ 2 สำเร็จ

          คว้าแชมป์ ฟุตบอลยูโร 2020 ไปได้สำเร็จ สำหรับ ทีมชาติอิตาลี ที่ดวลลูกโทษกับ ทีมชาติอังกฤษ ไปอย่างสูสี จนสุดท้ายก็สามารถคว้าชัยเหนือไปได้ 3-2 เป็นการคว้าแชมป์ครั้งที่ 2 ตั้งแต่ปี 1968 และยังเป็นการดับฝันสิงโตคำรามที่ไม่เคยได้แชมป์ในศึก ฟุตบอลยูโร แม้แต่ครั้งเดียว

สิงโตคำรามสามารถขึ้นนำได้ก่อน แต่กลับพลาดท่าให้มักกะโรนีตีเสมอ 1-1 ช่วงครึ่งหลังในศึก ฟุตบอลยูโร 2020

          ปิดฉากไปแล้วสำหรับศึก ฟุตบอลยูโร 2020 ที่ผ่านมา กับเกมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่าง สิงโตคำรามและมักกะโรนี เปิดเกมมาได้สวยสำหรับ ทีมชาติอังกฤษ ที่สามารถโชว์ฟอร์มทำประตูขึ้นนำได้อย่างง่ายดายโดย ลุค ชอว์(Luke Shaw) ตำแหน่งกองหลัง วัย 26 ปี ในจังหวะที่ คีแรน ทริปเปียร์(Kieran Trippie) โยนบอลข้ามฝั่งไปให้ทางชอว์ยิงเข้าไปง่ายๆขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 1.57 ต่อมาในนาทีที่ 7 เป็นฝ่าย ทีมชาติอิตาลี ที่สามารถทักทายได้บ้าง จากลูกยิงฟรีคิกจาก ลอเรนโซ่ อินซิเญ่(Lorenzo Insigne) แต่ก็ทำได้เพียงปั่นข้ามคานออกไป จากนั้นเกมก็ดำเนินเรื่อยๆในครึ่งแรกเป็นฝ่ายสิงโตคำรามที่สามารถเดินเกมได้ดีกว่า จนในนาทีที่ 34.34 เฟเดรีโก กีเอซา(Federico Chiesa) เลี้ยงลูกจากครึ่งสนามพร้อมซัดลูกเลียดด้วยเท้าซ้ายไปที่เสาแรกและออกไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรกทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูเพิ่มขึ้นได้ จบสกอร์ลงด้วย ทีมชาติอังกฤษ ขึ้นนำ ทีมชาติอิตาลี

          1-0 ต่อมาในครึ่งหลังเป็นทางมักกะโรนีที่สามารถกลับมาได้ในรูปเกมที่เหนือกว่า จนในนาทีที่ 50 มักกะโรนีมีโอกาสปั่นฟรีคิกอีกครั้งอย่างหวาดเสียวโดย ลอเรนโซ่ อินซิเญ่(Lorenzo Insigne) จนมาถึงนาทีที่ 61.27 ก็ยังเป็นมักกะโรนีที่เดินหน้ารุกอย่างเต็มที่โดยทาง เฟเดรีโก กีเอซา(Federico Chiesa) เลาะเข้ามาในกรอบเขตโทษพร้อมหาช่องซัดเลียดเต็มข้อ แต่ทาง จอร์แดน พิกฟอร์ด (Jordan Pickford) มือประตูของสิงโตคำรามกลับเซฟเอาไว้ได้ จนมาถึงช่วงนาทีที่ 66.15 ทาง ทีมชาติอิตาลี สามารถตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะชุลมุนหน้าประตูของอังกฤษเป็นทาง เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ (Leonardo Bonucci) ที่สามารถพุ่งเข้ามาซัดเข้าประตูตีไข่แตกได้ ซึ่งในช่วงเวลาครึ่ง

          หลังที่เหลือก็เป็นทางฝั่งสิงโตคำรามที่ตั้งรับรูปเกมเป็นรองมักกะโรนี จนจบ 90 นาที สกอร์เสมอกันอยู่ที่ 1-1 ซึ่งหลังจากต่อเวลาพิเศษ 30 นาที ทั้ง 2 ทีมก็ไม่สามารถทำประตูได้เพิ่มอีกเช่นกัน จึงต้องมาจบที่การดวลจุดโทษ เป็น ทีมชาติอังกฤษ ที่พลาดเป้าไปมากถึง 3 คน จึงเป็นฝ่าย ทีมชาติอิตาลี ที่ความผิดพลาดน้อยกว่า จึงสามารถคว้าแชมป์ ฟุตบอลยูโร 2020 ไปได้ในที่สุด

อิตาลีคว้าชัยเหนืออังกฤษสร้างประวัติศาสตร์ในศึก ฟุตบอลยูโร 2020 ได้อีกครั้งในรอบ 53 ปี

          ผลงานหลายนัดในศึก ฟุตบอลยูโร 2020 ของ ทีมชาติอิตาลี ที่ผ่านมา สามารถผ่านด่านยากของหลายทีมชั้นนำในยุโรปมาได้ เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ได้คว้าแชมป์มาอย่างฟลุคๆ ทั้งหมดนี้เกิดจากความสามารถและฝีเท้าของนักเตะหลายคนในทีม รวมถึงผู้จัดการทีมอย่าง โรแบร์โต มันชีนี (Roberto Mancini) ที่มีส่วนสำคัญในชัยชนะอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทีมชาติอิตาลี นั้นเป็นอีกคู่แข่งที่น่ากลัวของหลายๆทีมในอนาคต